������������������������������������������������

สวัสดีฮะ ^ ^
 
วันนี้ 2 ตุลาคม 2553 เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ฝนตกพรำ เราลากกระเป๋าหูหิ้วหักมาปักหลักอยู่ที่หอบนเนินคันไซแห่งนี้เป็น
วันแรก
 
มาอยู่โอซาก้าได้ครบปีแล้ว~~~~~~~~~~~~> <
 
เร็วมาก มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นมากไม่น้อยไปกว่าเวลาหนึ่งปีก็จริง แต่เรายังรู้สึกว่าจำทุกอย่างได้ดี เหมือนทุกอย่างเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้
 
ได้ดื่มด่ำกับความงามตามฤดูกาลที่สั่งได้ของประเทศนี้ครบปีละ ตั้งแต่ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง แสงสีหิมะในฤดูหนาว ซากุระบานช่วงสั้นๆกับบรรยากาศเขียวชะอุ่มในฤดูใบไม้ผลิ และความร้อนจัดกับดอกไม้ไฟฤดูร้อน
 
ในที่สุดก็ครบสี่ฤดู
 
SUMMER TIME GONE~~~~~ (เลียนแบบเจ๊ 555) 
 
เพลงแรกที่ฟังในวันนี้ เป็นเพลง 4 Seasons ของ BENNIE K แรนด้อมมาพอดี เข้าจริงๆ ^ ^
 
 
As I see four seasons passed me by~ reflecting the changes through my eyes~
 


 
ว่าด้วยพัฒนาการของข้าพเจ้า
 
กับคนไม่เอาไหนอย่างเรา อยู่ๆก็มาใช้ชีวิตเองคนเดียวที่ต่างแดน เราว่าเราทำอะไรเองได้หลายๆอย่างขึ้นเยอะเลย (เช่นอาหาร ก็ทำของที่กินได้(คนเดียว?)เลี้ยงปากท้องตัวเอง) ที่รู้สึกภูมิใจคือเราว่าเราสามารถไปไหนในญี่ปุ่นเองก็ได้ (สามารถบุกน้ำลุยไฟไปไหนก็ได้ที่มีคอนเจ๊ไมจัด? 555+) จองบัส จองรถไฟ โรงแรม ตอนที่ที่บ้านมาเมื่อตอนปิดเทอมหน้าร้อนสิงหา(ท่านป้า ท่านอา และท่านพี่) เราก็พาไปเที่ยวถึงโตเกียวได้(ถึงจะรบกวนสารพัดมิตรรอบข้าง) เหมือนจะทำอะไรเองเป็นหมดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่เคยทำเองเลยตอนอยู่ไทย  ลูกแหง่อย่างเราพอมาอยู่เองก็รู้จักทำอะไรเองขึ้นมาจนได้ =w= ทั้งไปหาหมอและแจ้งตำรวจก็ทำมาแล้ว อยู่ไทยนี่ต้องให้ท่านป้าท่านพ่อพาไปหาหมอทุกที  พูดไปแล้วก็รู้สึกค่า exp เราอัพขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ แต่เรารู้สึกว่าถ้าตอนนี้กลับไปอยู่ไทย เราก็คงกลับเป็นลูกแหง่เหมือนเดิม ฮาๆๆ
 
 
 
ว่าด้วยความตั้งใจที่จะเรียนที่นี่ของเรา
 
ถึงเราจะเอาเจ๊ไมเป็นแรงผลักดันถีบให้ตัวเองมาที่นี่ได้ เราก็(เคย?)รักความก้าวหน้าเหมือนกันนะ แต่ก่อนท่านพ่อคุยเรื่องเรียนกับเราบ่อยๆว่า มาเรียนวิจัย ในอนาคตเดี๋ยวแกก็ไปทำตับเทียมมาให้ป๊าใส่ 55555+ ถึงจะฟังดูโอเวอร์ แต่เราก็เคยมีความหวังว่าจะเรียนให้ไกลทำอะไรที่ไปช่วยชีวิตคนขึ้นมาได้ มันคงเป็นอะไรที่สุดยอด ทั้งนี้ทั้งนั้นคือถ้าเราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแฮปปี้ราบรื่นกับการเรียนที่นี่ แบบว่าไปได้เรื่อยๆไม่รู้สึกลำบากหนัก
จิตอะไรนัก
 
 
เอาล่ะ ย่อหน้าเมื่อกี้เป็นความคิดก่อนมาที่นี่ แล้วตอนนี้ล่ะ ? ไอ้นี่มันคิดแค่ว่า ตราบใดที่ยังมีคอนเจ๊ให้ตาม ก็จะพยายามดิ้นรน และอยู่ต่อไปเรื่อยๆถ้ายังมีแรงตามคอนเสิร์ตมากกว่าการตบตีกับชีวิตแล็บนรก  เรื่องต่อเอกเหรอ?  เราไม่เคยให้คำตอบอาจารย์ไปสักครั้ง แต่เหมือนอาจารย์สรุปเองว่าเราจะต่อแล้ว orz เรายังคงไม่กล้าตอบจนกว่าจะถึงเวลา ถ้าเป็นอย่างที่เป็นอยู่ไปเรื่อยๆก็คงพอรับได้ แต่ถ้าอะไรๆมันแย่ลงอีกจนเราทนสู้เพื่อดูคอนไม่ไหวเราก็ไม่ต่อ .....บร๊ะเจ้า ทำไมตรูมันรักดีอย่างงี้วะ !!
 
 
เพิ่งอ่านนิตยสารเจ๊ไมที่ส่งมาถึงวันนี้ You&Mai Vol.41 อ่านบทสัมภาษณ์เรื่องอัลบั้มใหม่ที่จะออก [FUTURE KISS] ที่ว่า "เป็นการส่งความตั้งใจที่เก็บมาตั้งแต่อดีต ก้าวต่อไปยังอนาคตข้างหน้าที่ไม่รู้ว่ามีอะไร" ....อืม เอามาช่วยย้ำเตือนความตั้งเราในอดีตได้มั้ยเนี่ย ฮ่า~~
 
แต่เรายังคงถือสูตรเดิม เราจะยอมอยู่ทำแล็บที่นี่ได้เรื่อยๆหากปัจจัยเหล่ามีครบ 1.ได้ดูคอนที่อยากดู 2.ได้กลับไทยเมื่ออยากกลับ  5555555+
 
 
 
เรื่องอาการคิดถึงบ้าน
 
ครึ่งปีแรกที่มา เรามาตุลา 52 มีเรื่องอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมด สนุกสนาน เรียนแค่ภาษาญี่ปุ่น ยังไม่ทันคิดถึงบ้านเลย มีนา 53 เราก็กลับไทยไปเป็นครั้งแรก เกือบๆ 20 วัน พอกลับมานี่อีกที เปิดเทอมปีหนึ่ง ชีวิตเปลี่ยนไป พบความลำบากตรากตรำแสนสาหัส (ปานนั้นเลย) อยากกลับไทยโคตรๆ อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เจ๊ไมก็ไม่ออกผลงานเลย !! (เกี่ยว!!?) นี่ถ้าสิงหาคมที่บ้านเราไม่มาเที่ยว (เอะ เราเรียกให้มาตอนนั้นเองนี่หว่า) เราเผ่นกลับไทยไปแล้น~~~~  ร้อนตับแตก เบื่อที่นี่ในหลายคราว คิดถึงทุกคน คิดถึงร้านอาหาร อยากไปเที่ยวววววว  555555 เป็นเอามากเนอะ T^T ก็ท่านพี่อะ คุยทีไรก็เล่าเมนูอาหารที่ไปกินตอนเที่ยงตลอด !! >A<อย่างไรก็ตาม เรากำลังดูฤกษ์ยามเตรียมขออนุญาตโปรกลับไทยปีใหม่นี่อยู่ !!! >__< กลับแน่ๆ!!
 



สรุปแล้วในรอบหนึ่งปี ชีวิตเปลี่ยนไปหลายเฟสมาก
-ช่วงเรียนภาษาหลั่นล้า ทำแล็บตอนเย็น เสร็จสามทุ่มไปกินโอโคโนมิยากิ (มันถึงได้น้ำหนักขึ้นงี้นี่เอง) รู้จักเพื่อนต่างชาติมากมาย ทั้งที่โรงเรียนและที่หอ วันหยุดต้องหาเวลาไปเที่ยว
-ตบตีกับการเตรียมเอนท์สะท้าน หยุดแล็บ สยองกับการลุ้นให้ได้ไปดูคอนเจ๊ไมครั้งแรกที่จัดวันต่อจากวันสอบเสร็จ
-หลั่นล้าหลังสอบเสร็จ ไปตะแล้นโตเกียว โคตรแฮปปี้กับ illumination หน้าหนาวที่นั่น >v< และก้าวถึงจุดสูงสุดในการไปดู Countdown Live เจ๊ไมกับยูกิ~~~~XD
-กลับมาทำแล็บเล็กๆน้อยๆ อยู่ในขั้นฝึกหัด จนเรียนภาษาจบ แล้วก็กลับไทย~~
-เปิดเรียน ขึ้นปอโทปี 1  เวลาว่างน้อยลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งเข้าสู่เฟสเลวร้ายสุดก็ช่วงเปิดเรียนเช้ายันเย็น ทำแล็บต่อ รอคิวใช้ฮู้ดเลี้ยงเซลล์ กลับห้าทุ่มเที่ยงคืน พรีเซนต์โปรเกรส กรุ๊ปดิสคัสชั่น เปเปอร์ บลาๆๆๆ มากันติดได้ไม่เว้น สุดร้ายเลยก็ตอนที่มีพรีเซนต์ห้าตัวในสองอาทิตย์ อยู่ที่นี่ได้รู้จักคำว่า "ไม่มีเวลา" อย่างแท้จริง ปกติเราใช้กันเป็นข้ออ้าง แต่ที่นี่ได้เจอกับการไม่มีเวลาแม้กระทั่งเวลากินข้าว นึกถึงช่วงเวลานั้นแล้วสยอง~~~~=A= แต่ถึงจะหนักเราก็ไม่ได้เครียดมากอะไร เรามีวิธีละลายความเครียดด้วยการกลับมาถึงจะดึกแค่ไหนก็เปิดอนิเมปอกแอ๊ปเปิ้ลกินไปพลาง ช่วงเวลานั้นลืมทุกอย่างจดจ่อแต่กับอนิเม แล้วก็อาบน้ำนอน  ฮ่าๆๆๆ
-ชาวบ้าน ทั้งน้องคนไทย เพื่อนต่างชาติที่หอ หลายคนก็หมดโควต้า กลับประเทศกันไปเยอะละ ช่วงอาทิตย์นี้มีหน้าใหม่เริ่มทะยอยเดินทางมาอยู่ที่นี่ ทำให้นึกถึงตอนที่เราย้ายเข้ามาจริงๆ ^ ^
 

แต่ตอนนี้...ข้าพเจ้าว่างมาก ปิดเทอม แทบไม่มีงานพรีเซนต์นอกจากงานทำโปสเตอร์ไป conference ที่ฮอกไกโด กับที่กลับมาต้องพรีเซนต์ที่ไปฟังมานิดหน่อย ไม่มีเรียน แต่ก็ต้องไปแล็บทุกวันธรรมดา ล่าสุดทำแล็บแค่วันละ 2 ชม. (แค่นี้ก็คิวใช้ฮู้ดแน่นเอี้ยดละ ทำงานที่อ.ให้มาจะเสร็จละ ไม่กล้าไปขอต่อ เอิ้ก) ชิวรอฟ้ามืดหาจังหวะชิ่งกลับบ้านไปวันๆ 55555 ไม่ชินกับสภาพว่างโล่งแบบนี้อย่างแรง !! แต่มันจะได้ว่างสักกี่น้ำกันว้า~~ 555 เมื่อวาน วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม เปิดเทอมแล้วล่ะ
สรุปสั้นๆอีกที ณ เวลานี้ชีวิตเราก็เดินไปไม่ผิดแผนที่วางไว้ นั่นคือ การได้ไปดูคอนเมื่ออยากดู 55555555 โดรามูฟวี่และเด็กแว่นมูฟวี่ก็ไม่พลาด
ถึงตอนนี้ได้ไปดูคอนเสิร์ตมาทั้งหมดสามรอบละ ^ ^
- 19 ธ.ค. 52 - คอนเจ๊ไมที่ [BEST] Grand Cube Osaka
- 31 ธ.ค. 52 - Countdown Live [TOUCH THE BEST] เจ๊ไมที่ Pacifico Yokohama
- 23 พ.ค. 53 - คอนมิฮิ [University of mihimaru GT] ที่โอซาก้าที่เดิม~~ (เราไม่ได้ดูเป็นแต่เจ๊ไมนะ 55555)
กับอีเวนท์เจ๊ไมอีก 1 !! จัดใกล้บ้านเราที่สุด ~~~TwT
- 4 ก.ย. 53 - SUMMER TIME GONE mini LIVE & TOUCH !!
 

ต่อไปนี้เป็นรายการในอนาคต หุๆๆๆ ปลาบปลื้มเหลือเกิน ผ่านมาค่อนปี ปีนี้เจ๊ไม่มีอีเวนท์หรือคอนเลย มาตูมเอาตอนปลายปีนี่แหละ~~~~XD- 9 ต.ค. 53 - HAPPY HAPPY HALLOWEEN LIVE 2010 `Trick or Treat`!!! @Saitama Arena !!! ความท้าทายเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเราต้องหนีวันที่เราต้องพรีเซนต์เปเปอร์ไปโตเกียวคืนวันศุกร์หน้าเพื่อดูคอนเจ๊ แต่หากเราต้องไปไม่ได้เพราะติดพรีเซนต์ มันก็ขัดกับอุดมคติของเราน่ะเซ่ !!! สู้ตายยยยยยยยยย 555555555555- 6 พ.ย. 53 - เจ๊จัดคอนที่งานมหาลัย Ritsumeikan Kyoto (เจ๊ไมเป็นศิษย์เก่าที่นั่นฮะ) ไม่พลาดๆ~~~~>___<- 11 ธ.ค. 53 - Live Tour 2010 ที่เพิ่งมามีเอาปลายปีและมีแค่ 3 รอบ และหนึ่งในนั้นจัดที่โอซาก้า ~!!! XD เราเลือกเรียนไม่ผิดที่จริงๆด้วย~~~~~XDหุๆๆ เท่านี้ เราก็กลับไทยปลายปีได้อย่างสบายใจละ XD 55555555 จริงๆประกาศกับที่บ้านไว้ว้าถ้าได้ไปดูฮัลโลวีนไลฟ์ปีนี้ จะยอมไม่ดูเค้าท์ดาวน์ไลฟ์กลับไทยปลายปีล่ะ 55555

เอ๋? กลายเป็นเขียนเรื่องรายงานคอนเสิร์ตไปตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ขออภัย 55555ยังไงก็ขอบคุณที่เข้าหลุมตุ่นฮะ ^ ^/
 

เอนทรี่นี้ ไ่ม่หลอนนะ~~

posted on 25 Sep 2010 13:42 by penggnep

สวัสดีฮะ !!! ^ ^

 

 

วันนี้จะมาพล่ามความรู้สึกของการอยู่ที่ี่นี่สักเล็กน้อย(?)  ยาวจนได้ จับใจความยากและหาสาระมีไม่ อ่านแล้วจะพบว่าเราเป็นคนมีปัญหานี่หว่า  อย่าไปอ่านมันเลยก็ได้ฮะ 555555+

 

//บ่นกับตัวเอง//

เรามาเรียนที่โอซาก้าจะปีนึงแล้วแฮะ รวดเร็วจริงๆ  แต่ก็ทำอะไรมามากมายตลอดเกือบปีที่ผ่านมาทั้งเรียนแล็บเที่ยวเล่นกิจกรรม  เหมือนเราแทบจะไม่ได้อยู่เฉยๆว่างๆเลย

เกือบจะปีนึงแล้ว เรา เพิ่งรู้สึก และเพิ่งรู้จัก ว่าเราเหงา

ปกติถ้าเราว่างเราจะชอบใช้เวลาอยู่ในโลกส่วนตัว ไม่ว่าจะดูการ์ตูน ดูคอนเสิร์ต วาดรูป และหมดเวลาอยู่หน้าจอคอมไปวันๆ วันดีคืนดีก็เอาคีย์บอร์ดขึ้นมาเล่นเพลง เวลาคนมาชวนไปทำอะไรเยอะๆบางทีเราก็เริ่มขี้เกียจไม่อยากเข้าสังคม แต่เราก็ได้สนุกทุกครั้งที่เข้าไป

เรายังคงอยู่ที่หอเดิมอยู่ ช่วงแรกๆที่มา เราคิดว่าสังคมที่นี่ดีนะเนี่ย ชาวไทยที่หอ มีกิจกรรมทำอะไรกินด้วยกันบ่อยๆ ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง วันอาทิตย์มักมีรายการทำอาหารกินด้วยกันเสมอ รู้สึกว่าที่ที่เรากลับมา มีคนให้จับกลุ่มทำกับข้าวกินข้าวเม้าท์กัน สนุกดี (ถึงเราจะช่วยได้แค่ล้างชามซะส่วนใหญ่ ฮาๆ) เหมือนเวลาอยู่ไทย ที่กลับบ้านแล้วเจอคนที่จะคอยฟังเรื่องราวของเรา

ก็รู้สึกอย่างนั้นได้แค่ครึ่งปีกว่าล่ะว้า

จนเมษา มีคนไทยอีกกลุ่มย้ายเข้ามาที่หอเพิ่ม  คราวนี้สังคมมนุษย์ไทยที่นี่ก็ใหญ่ขึ้น ก็สนุกขึ้นนะ แต่ละคนนี่ฮามาก คนที่มาใหม่ก็หลั่นล้ากันทั้งนั้น แต่กลับสวนทางกับมนุษย์แล็บอย่างเราที่เริ่มเปิดเรียน ทั้งเรียนเช้ายันเย็นแล็บค่ำรายงานพรีเซนต์ แทบจะจมอยู่กับแล็บไม่เ็ห็นเดือนเห็นตะวัน (ปอโทปีหนึ่งที่นี่จะตารางเรียนแน่นมาก แต่เทอมถัดไปจะแทบไม่มีเรียนเลยทีเดียว ปีสองไม่ต้องเรียนแล้ว) วันเสาร์ก็ยังต้องมาเข้าฟังพรีเซนต์เปเปอร์ (อารมณ์ journal clubที่นี่เรียก tansakai) เราเลยไม่ค่อยได้ไปร่วมทำอะไรกับชาวบ้านที่หอ จากชวนแล้วไปไม่ได้ หลังๆเลยไม่มีใครชวน ในหลายครั้งที่วันเสาร์ตอนบ่ายเราก็อยากชิ่งออกจากแล็บไปเที่ยวกับมนุษย์ทางนั้นบ้างเหมือนกัน มีอยู่ครั้งนึงที่รู้สึกตัวเองขวนขวายพยายามตามชาวบ้านไปถึงโน่้นทั้งๆที่ไม่มีใครชวน และแล้ว ตอนนี้เราก็เหมือนไม่มีตัวตนอยู่ที่นั่นอีกต่อไปยังไงอย่างนั้น

ไม่อยากจะพูดแบบเจาะจง แต่ก็คันปาก ถ้ามีคนที่เราพาดพิงมาเจอเอนทรี่เรา เราก็ยินดีให้อ่าน ฮ่ะๆๆ ถึงจะเป็นไอ้คนมีงานอดิเรกเยอะอย่างเราก็รู้สึกเซ็ง อึดอัด เอือมระอา กับเรื่องที่เจอเหมือนกัน มีพี่คนนึง ที่ตอนแรกคอยดูแลช่วยเหลือเราดีมาก มากจริงๆ ปรึกษาได้ทุกอย่าง มีอะไรชวนไปไหนตลอด พอมีกลุ่มใหม่ย้ายเข้ามา และเราที่เวลาหลั่นล้าหมดลง ก็เหมือนเราจะไม่มีตัวตนในสังคมนั้นไปในที่สุด  ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เราที่อยู่ในเฟสกำลังเอือมสังคมนั้นแต่พยายามคุยด้วยทำเป็นไม่มีอะไร คือวันหนึ่งในโรงอาหารมหาลัย พี่คนนั้นชวนทำอาหารอีสานกินอันอาทิตย์นี้ พี่แกก็ชวนๆคนรอบๆรวมถึงพี่ๆที่ไม่ได้อยู่หอนั้น จนหมดคนให้ชวนแล้วมั้ง ก็บอก คนน้อยเนอะ แล้วก็หันมาทางเราบอกว่า อ๊ะ นี่ไง เย็นวันอาทิตย์ว่างเปล่า เอ่อ กรูตัวเล็กมากเลยเนอะ  ... แต่เราก็ตกลงและก็อยากร่วม พอวันอาทิตย์เที่ยงเรากำลังจะออกไปข้างนอก พี่อีกคนก็โทรมาบอกว่าจะถึงแล้ว เราก็งง มาทำไมตั้งแต่เที่ยง พี่แกบอกว่าเค้าเลื่อนเวลากินมาเป็นเที่ยงแล้ว

เท่านั้นอะ เสียงเส้นสติขาด "ผึง" แบบที่มิซาเอะเป็น ก็ดังขึ้นในหัวเรา สาดดดดดด ไม่มีใครบอกกัน ขนาดพี่ที่อยู่ที่อื่นยังรู้ ซาบซึ้งน้ำใจมาก แม่ง เราเลยบอกไม่ไปแม่งแล้ว (แล้วเราก็เดินหน้าไปเซนริจูโอ สถานที่ที่เจ๊ไมจะมามีอีเสนท์เสาร์หน้า กร๊ากกกกกกก)

เหตุการณ์นี้เกิดหลังจากจบช่วงเลี้ยงส่งน้องคนไทยที่อยู่หอเราสองคนกลับไทย ช่วงนั้นเราพยายามกลับมาเข้าสังคมนี่อีกครั้ง เพราะน้องๆจะกลับแล้ว  พอน้องกลับกันไปปุ๊บ ก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ถ้าจะพูดก็ไม่น่าผิด ว่าถ้าวัตถุดิบทำอาหารไม่อยู่กับเรา (เช่นกระเพาะปลา 1 กิโลที่ท่านป้าเราอุตส่าห์ส่งมาให้) ก็ไม่ชวนกันเลยใช่มั้ย?

คงเป็นเพราะนิสัยไม่ค่อยจะเข้าหาชาวบ้านของเรา ต้องปล่อยให้คนอื่นเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรา ไม่ตามข่าวสาร จะอยู่ที่โรงเรียน มหาลัย หรือที่นี่ เรามักจะตกข่าวสังคมมนุษย์เสมอ เราอึดอัด แต่เราไม่บอกใคร ไม่อยากทำตัวงอแงมีปัญหาให้ใครสนใจขนาดนั้น มันเป็นเรื่องงี่เง่าที่ทางนั้นเค้าก็ไม่ได้ผิดอะไร เราไม่มีทางไปบอกเรียกร้องความสนใจ แต่ใจจริงคืออยากให้อีกฝ่ายรู้ด้วยตัวเอง  แล้วใครมันจะไปรู้วะ อืม เรากำลังมีทิฐิโดยที่ไม่มีใครรู้ 

วันนั้นพล่ามให้เพื่อนที่โรงเรียนฟังไป มันบอกแกก็ไปบอกเขาสิว่าอยากให้ชวนกันบ้างอะไรบ้าง คนเรามันก็งี้แหละ จะไปหาอย่างเพื่อนๆแกนี่หายากนะ  

เออ จริง  แต่ปัจจุบันนี้เราไม่ได้เจอหน้าชาวไทยในหอเลยนะเนี่ย ชั้นสองเหลือเราอยู่คนเดียวแล้ว และเราก็ขี้เกียจจะไปเจอใคร ก็นิสัยอย่างนี้ล่ะว้า  แต่ตอนนัี้ที่หอชั้นเรามันร้างจริงๆนะ คนกลับประเทศกันไปเกือบหมดแล้ว  เวลากลับมาบ้านนี่น้ำลายแทบจะบูด ดีที่ตอนนี้คนจีนข้างห้องกลับมาแล้ว ค่อยมีคนให้คุยหน่อย ^ ^

วันที่รู้สึกว่า เฮ้ย นี่เรากำลังเหงา ก็คือวันที่ที่บ้านเรามาเที่ยว เราพาเที่ยวแถบโอซาก้าแล้วพานั่งชินคันเซ็นไปโตเกียว ในวันที่เราไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟไปนาริตะกลับตอนเช้า และเย็นวันนั้นเรานั่งชินคันเซ็นกลับมาโอซาก้าคนเดียว ท้องฟ้ายามโพล้เพล้ เริ่มบิวท์อารมณ์ เหวย อยู่ๆก็รู้สึกว่า ที่ที่เรากลับไป ไม่มีใครรอเราอยู่ ไม่มีใครให้คุย ไม่มีใครรอฟังเรื่องของเรา ที่ที่เรากลับไป มีแต่โลกส่วนตัวของเรารออยู่ อุ นี่มัน ความรู้สึกอ้างว้างหรือนี่??

....งี่เง่าเนอะ ทำไมไม่รู้จักไปหาชาวบ้านฟะเรา

สังคมที่มหาลัยก็ดี พี่ๆคนไทยดี ถึงเราจะยังไม่สนิทมากเพราะเราไม่ได้อยู่แถบที่พี่ๆส่วนใหญ่เค้าอยู่กัน แต่ก็คุ้นเคยกันมากขึ้นเวลาเจอกันที่โรงอาหาร อย่างน้อยพี่เค้าก็ชวนเราไปไหนบ้าง แต่ที่หอไม่มีสังคม  

ฮะ ?? เรากำลังฟุ้งซ่าน !!? โอ้วววววววว นี่คือความฟุ้งซ่าน ทิฐิ และประสาทสินะ เราพบว่าช่วงนี้ปิดเทอมเราอาจมีเวลาว่างมากไปหน่อยให้มาคิดเรื่องพวกนี้ แต่อีกไม่กี่วันก็เปิดเทอมแล้ว งานพรีเซนต์แล็บกลับมา คงไม่มีเวลาให้คิดบ้าบอคอแตกแล้วล่ะ ๕๕๕๕๕๕

อีกเรื่องนึง ตอนนี้กำลังเหม็นหน้ามนุษย์ในแล็บคนนึงมาก ไอ้คนนั้นคืออดีตติวเตอร์ที่คอยช่วยเราทุกอย่าง ไม่คิดว่าจะเหม็นหน้าใครเป็นนะเนี่ย เกลียดพวกเพอร์เฟคต์ชันนิสซึ่มจริงๆว่ะ   

เฮ้ยยยย เรากำลังมีปัญหานี่หว่า ไม่คิดว่าจะมีปัญหาเรื่องสังคมมนุษย์เข้ามายอแยในชีวิต อะไรก๊านนนนนนนนนน

ไอ้จัน แกพูดถูก แรกๆก็ดี นานๆสิึถึงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร 

แต่เราก็ดีใจที่เรามีเพื่อนอยู่ที่นี่ ถึงจะอยู่ไกลเหนือใต้ และยังมีเพื่อนอีกสองสามคนทยอยมา โตเกียว เกียวโต กับชิกะ อยู่ ไชโย~~~~~~~~XD

แรงบันดาลใจในการเรียนอยู่ที่นี่ของเราซึ่งก็คือเจ๊ไมมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราต้องเอาเจ๊ไมเข้าพึ่งให้มากๆ ต้องมีน้ำหนักมากกว่าความรู้สึกไม่สบายใจทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ เราถึงจะใช้ชีวิตต่อที่นี่ได้ ย้ากกกกกกกกกส์สสสสสสสสสสสสสสสสส

 

จบๆๆๆๆ เลิกฟุ้งซ่าน !!!!!!!!!!! เราต้องมองแต่ความสนุกที่กำลังรอเราอยู่เท่านั้น โอ๊ทสสสสสสสสสสสสสส!!!!!!!!!!!!!!!! XD

 

เสาร์ 9 ตุลา !!!! Saitama Arena !!! ฮัลโลวีนไลฟ์รอเราอยู่~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!XD ถึงความฉิบหายวายป่วงด้วยการค.ร.น.ของไอ้เปเปอร์คลับเสาร์เช้าวนมาเจอคิวเราพรีเซนต์ในวันนั้นก็ตาม ทำไมกันฟร้าาาาาาาาาาาา ไม่สน!!!! เราก็จะไปให้ได้เฟร้ยยยยยยยย กราบขอบพระคุณพี่ว่านที่จะพรีเซนต์แทนเรา เราจะช่วยเตรียมงานให้พี่ให้ได้มากที่สุด ถึงกระนั้นเรายังไม่ได้ขออนุญาตใคร กำลังปั้นเรื่องและหาเวลาที่เหมาะัสมอยู่ อย่างไรก็ตาม คืนวันศุกร์ที่ี 8 ตุลา เราก็จะตะแล้นไปโตเกียวแน่ๆไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง~~~~~~~~ XD (อย่าไปบอกโปรเราและคนให้ทุนเราเชียว ฮ่าๆๆๆๆ) 

และ  วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม เจ๊ไมก็จะจัดไลฟ์ที่โอซาก้า ทำให้เราแน่้ใจได้ว่าปลายปีนี้เราจะกลับไทย~~~!!!!!!!!!! \>w</  

อารมณ์ตอนนี้ โคตร อยาก กลับ ไทย!!!! อยากเจอ อยากเที่ยว อยากกิน!! ถ้าไม่ติดคอนเสิร์ตนะ หุๆๆๆๆๆๆ

ใครตามอารมณ์ไม่ปกติของเราทันนี่นับถือเลย แค่เข้าหลุมตุ่นที่ไม่ยอมทำความสะอาดก็ดีใจแล้วฮะ ขอบคุณที่ผ่านมาคร้าบ~~~~ ^ ^

 

ปล.ไหนบอกเอนทรี่นี้ไม่หลอน 55555

ปลล. เมื่อคืนไปคาราโอเกะถึงตีสอง ได้ร้อง SUMMER TIME GONE ด้วย~~~~~~~XD เราพบว่า ถ้าเราร้องท่อน "Summer time gone" จะทำให้เราร้องท่อนต่อไปได้ไม่สุดและไม่ทันวรรคต่อไป มิน่าเจ๊ไมถึงไม่ร้องในไลฟ์ =[]= แต่ปลาบปลื้ม เพลงนี้ร้องสนุกจริงๆนะ~~~XD